
คนวงการฟุตบอลไทยต้องช็อกอีกครั้ง เมื่อ "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ กุนซือมือทองอดีตโค้ชทีมทีโอที เอสซี และ อาร์มี่ ยูไนเต็ด เสียชีวิตแล้ว ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 ก.พ. 55 ที่ผ่านมา แพทย์วินิจฉัยสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ญาติเตรียมนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ ศาลา 17 โดยจะมีพิธีน้ำหลวงอาบศพ วันที่ 6 ก.พ. 55 นี้ เวลา 16.00 น.
เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดใจกับคนในวงการลูกหนังเมืองไทยอีกครั้ง หลังจากล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ ที่ปรึกษาทีมกระบี่ เอฟซี น้องใหม่ในศึกดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2012 ได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันที่ รพ.วิชัยยุทธ ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต
โดย "โค้ชก๊อก" มีโรคประจำตัวคือหลอดลมอักเสบ ซึ่งในช่วงดึกของวันพฤหัสบดี ที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ทางด้าน "โค้ชก๊อก" มีอาการไข้ขึ้นสูงกว่า 37 องศาเซลเซียส ทำให้ทางญาติได้นำตัวส่งโรงพยายาลวิชัยยุทธ ในเวลาประมาณ 02.00 น.
จากนั้นก็ได้พักรักษาตัวที่ห้องไอซียู และทำการรักษาเรื่อยมาเป็นระยะเวลา 2 วัน ก่อนในท้ายที่สุดเมื่อเวลา เวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา จะเกิดอาการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรงและเสียชีวิตในที่สุด
โดยทางด้าน พันธ์พงษ์ วงษ์สุวรรณ น้องชายฝาแฝดของ "โค้ชก๊อก" ได้เผยว่า "ก็ตกใจเหมือนกันที่เขามาจากเราไปแบบไม่ทันตั้งตัว นับเป็นเรื่องเศร้าของครอบครัววงษ์สุวรรณ ที่มาสูญเสียคนในครอบครัวแบบนี้"
"อย่างที่ทราบกันดีว่าตัวเขามีโรคประจำตัวคือหลอดลมอักเสบ และต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาตลอด ซึ่งดูเหมือนอาการจะดีขึ้นแล้ว แต่ช่วงนี้อาการค่อนข้างแปรปรวนบ่อย ทำให้ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแอลงอีกครั้ง ก่อนที่จะพามารักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของเจ้าตัวไว้ได้"
จากนั้นในวันที่ 6 ก.พ. 55 ญาติๆ และเพื่อนคนสนิทอย่าง พ.อ.ไพริน รินราช จะเข้ารับศพที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยจะมีพิธีรดน้ำหลวงอาบศพในวันที่ 6 ก.พ. 55 ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ศาลา 17 ในเวลา 16.00 น. จากนั้นจะตั้งศพสวดอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน ก่อนที่จะเก็บศพไว้ก่อนเพื่อรอพระราชทานเพลิงศพต่อไป
ด้าน พ.อ.ไพริน รินราช เพื่อนคนสนิทของ "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ กล่าวแสดงความรู้สึกเสียใจต่อการจากไปอย่างกะทันหัน พร้อมทั้งรู้สึกเสียดายที่คนเก่งในวงการฟุตบอลของไทยได้จากไปอย่างไม่มีวัน กลับ
"รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เพื่อนสนิทอย่าง "โค้ชก๊อก" ต้องมาจากไปอย่างกะทันหันแบบนี้ ผมและญาติพี่น้องของเขาแทบตั้งตัวไม่ทันและยังคงทำใจไม่ได้กับการสูญเสีย ครั้งสำคัญนี้ ก่อนหน้านี้เราเพิ่งกินข้าวด้วยกันมาเมื่อไม่กี่วันก่อนที่เขาจะเข้า รพ."
แต่ก็พอจะเข้าใจว่าเขามีโรคประจำตัว คือ หลอดลมอักเสบ และพยายามรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งนี้มาตลอด จนล่าสุดทราบว่าติดเชื้อในกระแสโลหิตทำให้อาการกำเริบจนต้องส่งเข้ารักษาตัว เป็นการด่วน แต่สุดท้ายก็ไม่อาจช่วยชีวิตของเขาไว้ได้"
หลังจาก "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ ที่ปรึกษาสโมสร กระบี่ เอฟซี รวมทั้งเคยเป็นกุนซือและที่ปรึกษาหลายๆ สโมสร ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยสาเหตุจากการติดเชื้อในกระแสเลือดที่โรง พยาบาลวิชัยยุทธ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 55 ที่ผ่านมา
ด้าน "โค้ชพงษ์" ธนเดช ฟูประเสริฐ กุนซือกระบี่ เอฟซี ผู้ร่วมงานกับ "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ มากว่า 30 ปี ในหลายสโมสร ซึ่งทันทีที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ "โค้ชก๊อก" ได้รู้สึกช็อกและเสียใจอย่างยิ่งกับการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ โดยผลงานล่าสุดทาง ธนเดช ฟูประเสริฐ ได้ร่วมงานกับ "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ ที่สโมสรกระบี่ เอฟซี สามารถพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2012 ได้สำเร็จ
ทางด้าน ธนเดช ฟูประเสริฐ ได้กล่าวว่า "ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของโค้ชก๊อกเมื่อวันที่ 4 ก.พ.เวลา 16.30 น. ความรู้สึกแรกคือตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ทางโค้ชก๊อกมาจากไปอย่าง กะทันหันแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้พุดคุยกับทางโค้ชก๊อกมาโดยตลอด
จากการพูดคุยโค้ชก๊อกเป็นคนที่แข็งแรงและอารมณ์ดี การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของโค้ชก๊อกครั้งนี้นับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ ของวงการฟุตบอลไทยและผมจะเข้าไปร่วมไว้อาลัยศพของโค้ชก๊อกในวันจันทร์ที่ 5 ก.พ. ที่จะถึงนี้"
ขณะที่ "บิ๊กเน" เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ ที่สามารถนำลูกคว้าทริปเปิลแชมป์ได้สำเร็จด้วยการขึ้นชูถ้วยโตโยต้า ลีก คัพ เป็นรายการสุดก็กล่าวภายหลังจากที่ประสบความสำเร็จแล้วว่า
ตนรู้สึกช็อกมากเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของท่าน รู้ข่าวเมื่อช่วงพักเกมการแข่งขันนี่เอง ไม่คิดว่าพี่ก๊อกจะไปเร็วขนาดนี้ ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วย พี่ก๊อกถือว่ามีพระคุณกับสโมรอย่างมาก บุรีรัมย์ พีอีเอ ก้าวมาถึงวันนี้ได้ก็เพราะได้พี่ก๊อกไปวางรากฐานให้ทั้งหมด รางวัลที่ได้ในปีนี้ก็ขอมอบเป็นการกุศลให้กับดวงวิญญาณของพี่ก๊อก และคิดว่าพี่ก๊อกก็มีความสุขกับ 3 แชมป์ของบุรีรัมย์ พีอีเอ ในปีนี้ด้วย
ด้านศิษย์ก้นกุฏิของ พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ "กบ" สุเชาว์ นุชนุ่ม ซึ่งก็กำลังช่วยทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ แข่งขันโตโยต้า ลีก คัพ พอดีจึงไม่ทราบข่าวการเสียชีวิตของ "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ จนเมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามจึงได้ทราบเรื่อง ก่อนที่จะกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า
"เสียใจมากตนไม่รู้จริงๆ ว่าท่านเสียชีวิตจนกระทั่งที่พี่นักข่าวมาบอก รู้สึกไม่ดีเลยเพราะก่อนหน้านี้ตั้งใจไว้แล้วว่าเมื่อจบการแข่งขันโตโยต้า ลีก คัพ จะไปเยี่ยมท่านที่บ้าน แต่ไม่คิดว่าท่านจะจากเราไปเสียก่อน"
ขณะที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ซึ่งทาง พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ เป็นหนึ่งในสภากรรมการบริหารอยู่ด้วยก็พร้อมที่จะร่วมจัดงานอย่างสมเกียรติ เช่นกัน
โดย "บิ๊กเปี๊ยก" องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการฯ กล่าวว่า ทุกคนที่ทราบข่าวก็ช็อกทั้งสิ้น เพราะพี่ก๊อกถือว่าเป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์มากมายให้กับวงการฟุตบอลไทย ทั้งการที่ท่านเป็นโค้ชที่มีคุณภาพ เคยร่วมเป็นโค้ชเยาวชน 17 ปีทีมชาติไทย สร้างนักฟุตบอลขึ้นมาจำนวนมาก
และท่านยังเป็นสภากรรมการด้วย ในการนี้สมาคมฟุตบอลขอแสดงความเสียใจมาอย่างสุดซึ้งและเราจะมีการจัดงาน เพื่อเป็นการเชิดชูพระคุณของท่านอย่างสมเกียรติต่อไป
ด้าน "เสี่ยนพ" อรรณพ สิงห์โตทอง ผจก.ทั่วไปสโมสรชลบุรี เอฟซี ที่ถือว่ามีความสนิทสนมกับ "โค้ชก๊อก" มาอย่างยาวนานนับแต่ดึงเข้ามาทำทีมชลบุรี สันนิบาต สมุทรปราการ ในดิวิชั่น 1 และดึงมาเป็นโค้ชทีมเยาวชน 16 ปีทีมชาติในช่วงที่กลุ่มชลบุรีขึ้นมาทำ ก็กล่าวว่า
ได้ข่าวแล้วตกใจมาก เพราะเมื่อ 2 วันที่แล้ว ตนได้โทร.เข้าไปหา แต่ไม่มีการรับสาย ก็สงสัยว่าท่านน่าจะเข้าโรงพยาบาล แล้วพอมารู้ข่าวก็ช็อกเหมือนกัน ถือว่าเมืองไทยเราสูญเสียบุคลากรทางด้านฟุตบอลไปอีกท่าน พี่ก๊อกเป็นคนดีมีความสามารถ มีน้ำใจ และเป็นคนเก่งคนหนึ่งที่ในวงการยอมรับ จึงถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก
"ผู้พันหลอ" พ.ต.วรวุฒิ ทองศรีงาม อีกหนึ่งลูกศิษย์ของ "โค้ชก๊อก" ได้ออกมาเผยด้วยความเศร้าว่า คนวงการบอลต้องเสียคนดีไปอีกท่านหลังจากที่น้าเหม่งมาเสียไปก่อนหน้านี้ พี่ก๊อกเป็นคนที่มีน้ำใจ และมีมันสมองเป็นเลิศในการทำทีมฟุตบอล ท่านสร้างนักเตะเข้ามาสู่วงการมากมาย รวมถึงตนด้วยที่พี่ก๊อกให้การส่งเสริมในช่วงที่เล่นฟุตบอลอยู่ รู้สึกเสียใจมากกับการจากไปของท่านในครั้งนี้
ส่วนทางด้าน "โกจ๋วน" สมเกียรติ กิตติธรกุล ปธ. สโมสรกระบี่ เอฟซี ทีมน้องใหม่ในศึกดิวิชั่น 1 ซึ่งทางด้าน "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ เข้าไปช่วยทีมในรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก สุดช็อกหลังจากที่ทราบข่าวการเสียชีวิตโดยเผยว่า
"เราเพิ่งที่จะรู้ข่าวรู้สึกตกใจอย่างมาก "โค้ชก๊อก" มีความผูกพันอันดีกับผมและทีมกระบี่ เอฟซี เป็นอย่างดีเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถทางด้านกีฬาฟุตบอลสูงและเป็นคนที่ มีคุณค่าและสำคัญต่อวงการลูกหนังไทยอย่างมากถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ สำหรับวงการลูกหนังไทยและทีม กระบี่ เอฟซี
ก่อนที่จะเสียชีวิตในช่วงปีใหม่เราได้ร่วมทานข้าวด้วยกันและมี การพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางในการทำทีม ซึ่งท่านรับปากว่าจะช่วยดูแลทีมต่อ แต่สุดท้ายมาเสียชีวิตในที่สุด อย่างไรก็ตามก็ผมในฐานะคนเคยร่วมงานกันก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ของเกจิลูกหนังมากฝีมือรายนี้ด้วย"
สำหรับประวัติของ "โค้ชก๊อก" พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ เกิด 29 พ.ย. 2495 เป็นกุนซือมากฝีมือปั้นนักเตะมาแล้วนับไม่ถ้วน สร้างนักเตะฝีเท้าดีเข้ามาประดับวงการฟุตบอลไทยอย่างมากมายอย่างเช่น ณรงค์ สุวรรณโชติ, อำพร อำพันสุวรรณ, บุญปลีก หนูน้อย, สมชาย ทรัพย์เพิ่ม, อดุลย์ รุ่งเรือง, สุเชาว์ นุชนุ่ม
ก่อนหน้านี้เคยทำทีมหอการค้าไทย, บขส., ก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จสูงสุดกับการทำทีม "วายุภักษ์" ธนาคารกรุงไทย คว้าแชมป์ถ้วย ก สมัยแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 2531
รวมไปถึงเคยทำทีมดอนมูลแพร่ คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ร่วมกับธนาคารกรุงเทพ เมื่อปี 2425 และทีมช่อง 7 ได้แชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ง เมื่อ พ.ศ. 2528
จากนั้นมาทำทีมองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย หรือ ทีโอที ในปัจจุบันเป็นยอดทีมได้แชมป์พระราชทาน มวก. คัพครั้งที่ 4 เมื่อปี 2535 เคยมีอาการป่วยกำเริบตอนที่ไปช่วยทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ จากนั้นจึงลาออกเนื่องจากสุขภาพไม่ดีสโมสรสุดท้ายที่ทำงานด้วยคือ อาร์มี่ ยูไนเต็ด และรับงานเป็นที่ปรึกษาทีมกระบี่ เอฟซี และดำรงตำแหน่งสภากรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยอีกด้วย









